บ้านทรุดเป็นปัญหาที่วิศวกรโครงสร้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเจอบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะ ครัวหลังบ้าน โรงจอดรถ และห้องที่ต่อเติมภายหลัง เจ้าของบ้านมักเห็นอาการจากรอยร้าวที่ผนัง พื้นเอียง หรือรอยแยกระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน แล้วรีบเรียกช่างมาโป๊วปิด ซึ่งมักทำให้เสียเงินซ้ำเพราะต้นเหตุยังอยู่
บทความนี้อธิบายว่าบ้านทรุดเพราะอะไร ทรุดแบบไหนอันตราย วิศวกรตรวจอย่างไร และวิธีแก้แต่ละแบบเหมาะกับกรณีไหน ข้อมูลใช้คัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น การตัดสินว่าอาคารปลอดภัยหรือไม่ต้องให้วิศวกรโยธาตรวจหน้างาน
📌 สรุปใน 30 วินาที
- บ้านที่ ทรุดเท่ากันทั้งหลัง มักกระทบโครงสร้างน้อยกว่าบ้านที่ ทรุดไม่เท่ากัน ซึ่งทำให้เกิดรอยร้าวและโครงสร้างบิดตัว
- ส่วนต่อเติมทรุดเร็วกว่าตัวบ้านเพราะมักใช้เสาเข็มสั้นกว่า ปลายเข็มจึงยังอยู่ในชั้นดินเหนียวอ่อน
- ห้ามซ่อมรอยร้าวหรือเทพื้นเพิ่มระดับก่อนรู้ว่าอาคารหยุดทรุดหรือยัง เพราะรอยจะกลับมา และพื้นที่เทเพิ่มยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ดิน
- วิธีแก้มีตั้งแต่แยกโครงสร้าง เสาเข็มเสริม (Underpinning) ปรับระดับ ไปจนถึงรื้อสร้างส่วนต่อเติมใหม่ เลือกตามผลตรวจ
ทำไมบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทรุดง่าย?
พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนทะเล (Soft Bangkok Clay) ที่หนาประมาณ 12–20 เมตร (เฉลี่ยราว 15 เมตร) ใต้ลงไปเป็นชั้นดินเหนียวแข็ง และชั้นทรายชั้นแรกที่ความลึกประมาณ 27 เมตร ดินเหนียวอ่อนรับน้ำหนักได้น้อย และค่อย ๆ ยุบตัวเมื่อมีน้ำหนักกดทับเป็นเวลานาน เพราะน้ำในดินถูกบีบออกช้า ๆ (Consolidation) การทรุดจึงเกิดต่อเนื่องเป็นปีได้
เสาเข็มของตัวบ้านจึงถูกออกแบบให้ยาวทะลุชั้นดินอ่อนลงไปถึงชั้นดินที่แข็งกว่า ส่วนงานต่อเติมภายหลังมักใช้เสาเข็มสั้น เพราะเครื่องจักรเข้าหลังบ้านไม่ได้ หรือไม่มีวิศวกรออกแบบ ปลายเข็มสั้นยังอยู่ในชั้นดินอ่อน ส่วนต่อเติมจึงทรุดเร็วกว่าตัวบ้าน
ทรุดแบบไหนอันตราย?
วิศวกรแบ่งการทรุดตัวออกเป็น 4 ลักษณะ ความอันตรายไม่ได้ขึ้นกับว่าทรุดลงไปกี่เซนติเมตร แต่ขึ้นกับว่า แต่ละจุดทรุดต่างกันแค่ไหน
| ลักษณะ | อาการที่เห็น | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| ทรุดเท่ากันทั้งหลัง (Uniform settlement) | ระดับบ้านต่ำกว่าถนนหรือรั้ว น้ำท่วมขังง่าย แต่ผนังไม่ค่อยร้าว | เฝ้าระวัง กระทบการใช้งานและท่อระบาย มากกว่าโครงสร้าง |
| ทรุดไม่เท่ากัน (Differential settlement) | ผนังร้าวแนวทแยงประมาณ 45° ที่มุมประตูหน้าต่าง ประตูฝืด พื้นลาดเอียง | ต้องตรวจ โครงสร้างถูกบิดและดัด เสา คาน อาจร้าว |
| อาคารเอียง (Tilt) | มองเห็นผนังหรือเสาเอียง ของกลิ้งไปทางเดียว ลิฟต์หรือประตูทำงานผิดปกติ | ต้องตรวจ โดยเฉพาะอาคารสูงและอาคารริมน้ำ |
| ส่วนต่อเติมทรุดแยกจากตัวบ้าน | รอยแยกตามแนวรอยต่อ หลังคารั่วตรงรอยต่อ พื้นส่วนต่อเติมต่ำลงและแตก | ต้องตรวจ ถ้ายึดติดกับบ้านเดิม อาจดึงโครงสร้างบ้านให้เสียหาย |
อาการอื่นที่ควรสังเกต ได้แก่ กระเบื้องพื้นแตกหรือโก่งตัว ท่อน้ำทิ้งแตกใต้บ้าน รอยร้าวที่เสาหรือคาน และรอยร้าวที่ กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายังไม่แน่ใจว่ารอยร้าวที่เห็นเกี่ยวกับการทรุดหรือไม่ ดูวิธีแยกรอยร้าว 8 แบบใน รอยร้าวแบบไหนอันตราย?
วัดความรุนแรงด้วยค่าการบิดเชิงมุม
วิศวกรไม่ได้ดูแค่ระยะทรุดรวม แต่ดูความต่างของระยะทรุดระหว่างสองจุดเทียบกับระยะห่างของจุดนั้น เรียกว่า ค่าการบิดเชิงมุม (Angular distortion, β) เกณฑ์ที่ใช้กันแพร่หลายของ Bjerrum (1963) ระบุว่าผนังเริ่มแตกร้าวเมื่อ β ประมาณ 1/300 และโครงสร้างอาคารทั่วไปเริ่มเสียหายเมื่อ β ประมาณ 1/150
β = Δδ ÷ L
เสาสองต้นห่างกัน 4.0 ม. ทรุดต่างกัน 2.0 ซม. → β = 0.02 ÷ 4.0 = 1/200
เกินเกณฑ์ 1/300 ที่ผนังเริ่มร้าว แต่ยังไม่ถึง 1/150 ที่โครงสร้างเริ่มเสียหาย
Δδ = ระยะทรุดที่ต่างกันระหว่างสองจุด, L = ระยะห่างระหว่างสองจุด ตัวอย่างนี้ใช้อธิบายแนวคิดเท่านั้น วิศวกรต้องวัดระดับจริงหลายจุดบ้านทรุดเกิดจากอะไรบ้าง?
| สาเหตุ | เกิดขึ้นอย่างไร | มักพบที่ |
|---|---|---|
| เสาเข็มสั้นหรือไม่มีเสาเข็ม | ปลายเข็มอยู่ในชั้นดินเหนียวอ่อน รับน้ำหนักได้น้อยและทรุดต่อเนื่อง | ครัวหลังบ้าน โรงจอดรถ ห้องต่อเติม |
| ดินถมใหม่ยังทรุดตัว | ที่ดินที่เคยเป็นบ่อหรือนาแล้วถมในเวลาสั้น ดินถมและดินเดิมด้านล่างยังยุบตัวต่อ | หมู่บ้านจัดสรรใหม่ ลานจอดรถ พื้นวางบนดิน |
| ฐานรากตื้นบนดินอ่อน | ฐานรากแผ่ที่วางบนดินเหนียวอ่อนโดยไม่มีเข็ม ทรุดตามน้ำหนักที่กด | รั้ว อาคารชั้นเดียว ส่วนต่อเติมเล็ก |
| น้ำหนักเพิ่มจากการใช้งาน | ต่อเติมชั้นบน เทพื้นเพิ่มระดับ วางถังน้ำหรือของหนัก ทำให้ดินรับน้ำหนักเกินที่ออกแบบ | บ้านที่เทพื้นยกระดับหนีน้ำ |
| งานก่อสร้างข้างเคียง | การขุดดินลึก การสูบน้ำใต้ดิน หรือการตอกเสาเข็มใกล้บ้าน ทำให้ดินเคลื่อนตัว | บ้านติดไซต์ก่อสร้าง |
| น้ำกัดเซาะหรือระดับน้ำขึ้นลง | ดินใต้ฐานรากถูกกัดเซาะหรือเลื่อนไถลเมื่อระดับน้ำเปลี่ยน | อาคารริมแม่น้ำ คลอง และบ่อ |
กรณีอาคารริมน้ำ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยให้ความเห็นในเหตุหอพักริมน้ำทรุดตัวเมื่อปี 2563 ว่าระดับน้ำที่ขึ้นลงทำให้ดินใต้อาคารเคลื่อนตัว และใช้การติดหมุดวัดระดับร่วมกับกล้องติดตามการเคลื่อนตัวเพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนให้ผู้พักอาศัยกลับเข้าไปเก็บของ
วิศวกรตรวจบ้านทรุดอย่างไร?
- สอบถามประวัติ — ปีที่สร้าง ช่วงที่ต่อเติม การถมดิน งานก่อสร้างข้างเคียง และช่วงที่เริ่มเห็นรอยร้าว
- ทำแผนผังรอยร้าว — ตำแหน่ง ทิศทาง ความกว้าง ความยาว เพื่อหาว่าจุดไหนทรุดมากที่สุด
- วัดระดับ (Level survey) — วัดระดับพื้น คาน และขอบหน้าต่างหลายจุด เพื่อหาค่าการบิดเชิงมุม
- ติดตามการเคลื่อนตัว (Monitoring) — ติดตั้งเกจวัดรอยร้าวหรือหมุดวัดระดับ แล้ววัดซ้ำเป็นสัปดาห์หรือเดือน เพื่อดูว่ายังทรุดอยู่หรือหยุดแล้ว
- ตรวจฐานรากและเสาเข็ม — ดูแบบเดิม ขุดตรวจฐานรากบางจุด และใช้ข้อมูลชั้นดินหรือเจาะสำรวจดินเมื่อจำเป็น
- วิเคราะห์และเสนอวิธีแก้ — เลือกวิธีให้ตรงกับสาเหตุ ความรุนแรง และงบประมาณ

วิธีแก้บ้านทรุด เลือกอย่างไร?
ไม่มีวิธีเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน วิศวกรเลือกจากคำถาม 3 ข้อ คืออาคารยังทรุดอยู่หรือไม่ ทรุดจนโครงสร้างเสียหายแล้วหรือยัง และส่วนไหนเป็นต้นเหตุ
| วิธี | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ตัดแยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากบ้าน | ส่วนต่อเติมทรุดแต่ยังไม่อันตราย และไม่อยากให้ดึงบ้านเดิมเสียหาย | ค่าใช้จ่ายต่ำ บ้านเดิมไม่ถูกดึง | ส่วนต่อเติมยังทรุดต่อ ต้องทำรอยต่อหลังคา ผนัง และท่อให้ขยับได้ |
| เสาเข็มเสริม (Underpinning) เช่น ไมโครไพล์ หรือเสาเข็มเหล็กกดด้วยแม่แรง | ต้องการหยุดการทรุดของฐานรากที่มีปัญหา | แก้ที่ต้นเหตุ ทำในพื้นที่แคบได้ | ต้องออกแบบความยาวและจำนวนเข็มให้ถึงชั้นดินที่แข็งพอ และเชื่อมกับฐานรากเดิมอย่างถูกต้อง |
| ยกปรับระดับ (Jacking) | บ้านที่หยุดทรุดแล้วหรือเสริมเข็มแล้ว แต่ระดับเอียงจนใช้งานไม่สะดวก | คืนระดับพื้นและการใช้งาน | ต้องยกทีละน้อยและวัดตลอดเวลา ยกเร็วเกินไปทำให้โครงสร้างร้าวเพิ่ม |
| อัดฉีดน้ำปูนหรือวัสดุใต้พื้น (Grouting) | โพรงใต้พื้นที่วางบนดิน หรือดินใต้พื้นยุบเป็นจุด | ปิดโพรง ลดการยุบของพื้น | ไม่หยุดการทรุดของชั้นดินเหนียวอ่อนด้านล่าง และเพิ่มน้ำหนักให้ดินได้ |
| รื้อและสร้างส่วนต่อเติมใหม่ | ส่วนต่อเติมเสียหายมาก หรือเสริมไม่คุ้ม | ออกแบบใหม่ให้ถูกตั้งแต่ฐานราก | ต้องขออนุญาตและออกแบบเสาเข็มให้เหมาะกับดิน |
| ลดน้ำหนักและติดตามอาการ | ทรุดน้อย ช้า และโครงสร้างยังไม่เสียหาย | ไม่ต้องรื้อหรือเสริม | ต้องวัดซ้ำตามรอบ ถ้าอาการเพิ่มต้องเปลี่ยนวิธี |
⚠️ 3 อย่างที่ไม่ควรทำก่อนวิศวกรตรวจ
- ซ่อมหรือโป๊วรอยร้าว — ถ้ายังทรุดอยู่ รอยจะกลับมา และปิดหลักฐานที่วิศวกรใช้ประเมิน ถ่ายรูปและวัดไว้ก่อนเสมอ
- เทพื้นเพิ่มระดับ — คอนกรีตหนา 10 ซม. หนักราว 240 กก./ตร.ม. เพิ่มน้ำหนักให้ดินอ่อนและทำให้ทรุดต่อ
- ต่อเติมฝากน้ำหนักลงคานเดิม — คานบ้านเดิมไม่ได้ออกแบบเผื่อ และยิ่งทำให้ส่วนต่อเติมดึงบ้านเดิม

ต่อเติมใหม่อย่างไรไม่ให้ทรุด?
- แยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากบ้านเดิม ทั้งฐานราก เสา คาน และพื้น แล้วเว้นรอยต่อที่ขยับได้
- ให้วิศวกรออกแบบเสาเข็มตามสภาพดิน ส่วนต่อเติมที่ต้องการทรุดใกล้เคียงบ้านเดิมต้องใช้เข็มที่รับน้ำหนักได้เพียงพอ ไม่ใช่เข็มสั้นตามความสะดวก
- เลือกวัสดุน้ำหนักเบา สำหรับผนังและหลังคาส่วนต่อเติม เพื่อลดน้ำหนักที่กดลงดิน
- ออกแบบรอยต่อหลังคาและท่อ ให้รองรับการขยับตัว ลดปัญหาหลังคารั่วและท่อแตก
- ยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง งานต่อเติมส่วนใหญ่เข้าข่ายดัดแปลงอาคาร ดูรายละเอียดที่ สามัญวิศวกรเซ็นแบบต่อเติม
✅ ถ้าบ้านทรุดไปแล้ว
เริ่มจากถ่ายรูปรอยร้าวพร้อมไม้บรรทัด จดวันที่ แล้ววัดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์ ข้อมูลนี้ช่วยให้วิศวกรบอกได้เร็วว่าบ้านยังทรุดอยู่หรือไม่ และช่วยประหยัดค่าตรวจได้มาก ดูขอบเขตงานตรวจที่ ตรวจรอยร้าวและตรวจสอบโครงสร้างเชิงลึก
คำถามที่พบบ่อย
บ้านทรุดกี่เซนติเมตรถึงอันตราย?
ไม่มีตัวเลขเดียว เพราะความเสียหายขึ้นกับระยะทรุดที่ต่างกันระหว่างจุด ไม่ใช่ระยะทรุดรวม วิศวกรใช้ค่าการบิดเชิงมุม (ความต่างของระยะทรุดหารด้วยระยะห่าง) ตามเกณฑ์ของ Bjerrum ผนังเริ่มร้าวที่ประมาณ 1/300 และโครงสร้างทั่วไปเริ่มเสียหายที่ประมาณ 1/150
ส่วนต่อเติมทรุด ต้องรื้อทิ้งไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้ายังไม่เสียหายมาก อาจตัดแยกโครงสร้างออกจากบ้านเดิมแล้วติดตามอาการ หรือเสริมเสาเข็มเพื่อหยุดการทรุด การรื้อสร้างใหม่เหมาะเมื่อเสียหายมากหรือเสริมแล้วไม่คุ้ม
บ้านทรุดแล้วจะหยุดทรุดเองไหม?
การทรุดจากการยุบตัวของดินเหนียวอ่อนจะช้าลงตามเวลา แต่อาจต่อเนื่องเป็นหลายปี โดยเฉพาะถ้ามีน้ำหนักเพิ่มหรือดินถมยังใหม่ วิธีที่รู้ได้แน่คือวัดระดับและติดตามรอยร้าวซ้ำเป็นระยะ
ยกบ้านปรับระดับปลอดภัยไหม?
ปลอดภัยถ้าวิศวกรออกแบบลำดับการยก จุดรับแรง และวัดระดับตลอดการทำงาน และควรทำหลังจากหยุดการทรุดแล้ว เช่น หลังเสริมเสาเข็ม ถ้ายกโดยไม่แก้ต้นเหตุ บ้านจะกลับมาเอียงอีก
เสาเข็มเสริมต้องยาวเท่าไร?
ขึ้นกับชั้นดินในแต่ละพื้นที่และน้ำหนักที่ต้องรับ วิศวกรกำหนดความยาวให้ปลายเข็มอยู่ในชั้นดินที่แข็งพอ จากผลเจาะสำรวจดินหรือข้อมูลชั้นดินใกล้เคียง เข็มที่สั้นเกินไปจะทรุดต่อเหมือนเดิม
ตรวจบ้านทรุดใช้เวลานานไหม?
การสำรวจหน้างานมักใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าต้องรู้ว่าบ้านยังทรุดอยู่หรือไม่ ต้องติดตามผลการวัดซ้ำเป็นสัปดาห์หรือเดือน วิศวกรจะแจ้งแผนการวัดและระยะเวลาก่อนเริ่มงาน
แหล่งอ้างอิง
- ลักษณะชั้นดินกรุงเทพฯ (อ้างอิง วสท. 2548 และงานวิจัยของ Nutalaya & Rau 1981) จากวิทยานิพนธ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: cuir.car.chula.ac.th
- Bjerrum, L. (1963). Allowable settlement of structures. Proceedings of the European Conference on Soil Mechanics and Foundation Engineering, Wiesbaden
- Thai PBS (21 ส.ค. 2563) ความเห็นนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กรณีหอพักริมน้ำทรุดตัว: thaipbs.or.th
อ่านต่อ: รอยร้าวแบบไหนอันตราย? · เสริมกำลังโครงสร้างอาคาร · หาวิศวกรเซ็นแบบ ต้องเช็คอะไรบ้าง?
บ้านหรือส่วนต่อเติมทรุด ส่งรูปให้วิศวกรดู
โทร 085-289-3434 หรือ แอด LINE ส่งรูปรอยร้าว ตำแหน่ง และประวัติการต่อเติม เพื่อให้วิศวกรประเมินเบื้องต้นและเสนอขอบเขตการตรวจ หรือดูบริการที่ ตรวจรอยร้าวและตรวจสอบโครงสร้างเชิงลึก