บ้านทรุด แก้ยังไง? สาเหตุ อาการ และวิธีซ่อมบ้านและส่วนต่อเติมทรุดตัว

บ้านทรุดที่อันตรายคือการทรุดไม่เท่ากัน ซึ่งทำให้ผนังร้าวแนวทแยง ประตูหน้าต่างฝืด และส่วนต่อเติมฉีกออกจากตัวบ้าน ในกรุงเทพฯ สาเหตุหลักคือชั้นดินเหนียวอ่อนหนาราว 12–20 เมตร กับส่วนต่อเติมที่ใช้เสาเข็มสั้นกว่าตัวบ้าน บทความนี้อธิบายวิธีดูอาการ วิธีที่วิศวกรตรวจ และวิธีแก้ตั้งแต่แยกโครงสร้าง เสาเข็มเสริม จนถึงการปรับระดับ
ภาพปกบทความบ้านทรุด แก้ยังไง สาเหตุ อาการ และวิธีซ่อมบ้านและส่วนต่อเติมทรุดตัว

บ้านทรุดเป็นปัญหาที่วิศวกรโครงสร้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเจอบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะ ครัวหลังบ้าน โรงจอดรถ และห้องที่ต่อเติมภายหลัง เจ้าของบ้านมักเห็นอาการจากรอยร้าวที่ผนัง พื้นเอียง หรือรอยแยกระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน แล้วรีบเรียกช่างมาโป๊วปิด ซึ่งมักทำให้เสียเงินซ้ำเพราะต้นเหตุยังอยู่

บทความนี้อธิบายว่าบ้านทรุดเพราะอะไร ทรุดแบบไหนอันตราย วิศวกรตรวจอย่างไร และวิธีแก้แต่ละแบบเหมาะกับกรณีไหน ข้อมูลใช้คัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น การตัดสินว่าอาคารปลอดภัยหรือไม่ต้องให้วิศวกรโยธาตรวจหน้างาน

📌 สรุปใน 30 วินาที

  • บ้านที่ ทรุดเท่ากันทั้งหลัง มักกระทบโครงสร้างน้อยกว่าบ้านที่ ทรุดไม่เท่ากัน ซึ่งทำให้เกิดรอยร้าวและโครงสร้างบิดตัว
  • ส่วนต่อเติมทรุดเร็วกว่าตัวบ้านเพราะมักใช้เสาเข็มสั้นกว่า ปลายเข็มจึงยังอยู่ในชั้นดินเหนียวอ่อน
  • ห้ามซ่อมรอยร้าวหรือเทพื้นเพิ่มระดับก่อนรู้ว่าอาคารหยุดทรุดหรือยัง เพราะรอยจะกลับมา และพื้นที่เทเพิ่มยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ดิน
  • วิธีแก้มีตั้งแต่แยกโครงสร้าง เสาเข็มเสริม (Underpinning) ปรับระดับ ไปจนถึงรื้อสร้างส่วนต่อเติมใหม่ เลือกตามผลตรวจ

ทำไมบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทรุดง่าย?

พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนทะเล (Soft Bangkok Clay) ที่หนาประมาณ 12–20 เมตร (เฉลี่ยราว 15 เมตร) ใต้ลงไปเป็นชั้นดินเหนียวแข็ง และชั้นทรายชั้นแรกที่ความลึกประมาณ 27 เมตร ดินเหนียวอ่อนรับน้ำหนักได้น้อย และค่อย ๆ ยุบตัวเมื่อมีน้ำหนักกดทับเป็นเวลานาน เพราะน้ำในดินถูกบีบออกช้า ๆ (Consolidation) การทรุดจึงเกิดต่อเนื่องเป็นปีได้

เสาเข็มของตัวบ้านจึงถูกออกแบบให้ยาวทะลุชั้นดินอ่อนลงไปถึงชั้นดินที่แข็งกว่า ส่วนงานต่อเติมภายหลังมักใช้เสาเข็มสั้น เพราะเครื่องจักรเข้าหลังบ้านไม่ได้ หรือไม่มีวิศวกรออกแบบ ปลายเข็มสั้นยังอยู่ในชั้นดินอ่อน ส่วนต่อเติมจึงทรุดเร็วกว่าตัวบ้าน

เลื่อนดูภาพด้านข้าง →
ทำไมส่วนต่อเติมทรุดเร็วกว่าตัวบ้าน ภาพตัดชั้นดินกรุงเทพฯ อย่างง่าย (ไม่ตามมาตราส่วน ความลึกจริงต่างกันในแต่ละพื้นที่) ดินเหนียวอ่อน (Soft Bangkok Clay) หนาราว 12–20 ม. ยุบตัวช้า ๆ เมื่อรับน้ำหนัก ดินเหนียวแข็ง (Stiff clay) ชั้นทรายชั้นแรก ลึกราว 27 ม. 0 ม.~15 ม.~27 ม. ตัวบ้าน เข็มยาว ปลายอยู่ในชั้นดินแข็ง ส่วนต่อเติม เข็มสั้น ปลายยังอยู่ในดินอ่อน รอยแยกตามแนวรอยต่อ ทรุดมาก ทรุดน้อย วิศวกรแก้อย่างไร 1 ติดตามระดับและรอยร้าวดูก่อนว่ายังทรุดอยู่หรือไม่ 2 แยกโครงสร้างตัดส่วนต่อเติมออกจากบ้านทำรอยต่อให้ขยับได้ 3 เสาเข็มเสริมไมโครไพล์หรือเข็มเหล็กกดให้ปลายถึงชั้นดินที่แข็งพอ 4 ปรับระดับ แล้วจึงซ่อมยกเมื่อหยุดทรุดแล้วซ่อมรอยร้าวเป็นขั้นสุดท้าย ห้ามเทพื้นเพิ่มระดับ เพิ่มน้ำหนักให้ดินอ่อน ทรุดต่อ
ภาพตัดชั้นดินกรุงเทพฯ อย่างง่าย: เสาเข็มตัวบ้านยาวถึงชั้นดินแข็ง ส่วนต่อเติมใช้เข็มสั้นที่ปลายอยู่ในดินเหนียวอ่อน จึงทรุดต่างกันจนเกิดรอยแยก (ความลึกชั้นดินจริงต่างกันในแต่ละพื้นที่)

ทรุดแบบไหนอันตราย?

วิศวกรแบ่งการทรุดตัวออกเป็น 4 ลักษณะ ความอันตรายไม่ได้ขึ้นกับว่าทรุดลงไปกี่เซนติเมตร แต่ขึ้นกับว่า แต่ละจุดทรุดต่างกันแค่ไหน

ลักษณะอาการที่เห็นความเสี่ยง
ทรุดเท่ากันทั้งหลัง (Uniform settlement)ระดับบ้านต่ำกว่าถนนหรือรั้ว น้ำท่วมขังง่าย แต่ผนังไม่ค่อยร้าวเฝ้าระวัง กระทบการใช้งานและท่อระบาย มากกว่าโครงสร้าง
ทรุดไม่เท่ากัน (Differential settlement)ผนังร้าวแนวทแยงประมาณ 45° ที่มุมประตูหน้าต่าง ประตูฝืด พื้นลาดเอียงต้องตรวจ โครงสร้างถูกบิดและดัด เสา คาน อาจร้าว
อาคารเอียง (Tilt)มองเห็นผนังหรือเสาเอียง ของกลิ้งไปทางเดียว ลิฟต์หรือประตูทำงานผิดปกติต้องตรวจ โดยเฉพาะอาคารสูงและอาคารริมน้ำ
ส่วนต่อเติมทรุดแยกจากตัวบ้านรอยแยกตามแนวรอยต่อ หลังคารั่วตรงรอยต่อ พื้นส่วนต่อเติมต่ำลงและแตกต้องตรวจ ถ้ายึดติดกับบ้านเดิม อาจดึงโครงสร้างบ้านให้เสียหาย
ลักษณะการทรุดตัว 4 แบบ และความเสี่ยงต่อโครงสร้าง

อาการอื่นที่ควรสังเกต ได้แก่ กระเบื้องพื้นแตกหรือโก่งตัว ท่อน้ำทิ้งแตกใต้บ้าน รอยร้าวที่เสาหรือคาน และรอยร้าวที่ กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายังไม่แน่ใจว่ารอยร้าวที่เห็นเกี่ยวกับการทรุดหรือไม่ ดูวิธีแยกรอยร้าว 8 แบบใน รอยร้าวแบบไหนอันตราย?

วัดความรุนแรงด้วยค่าการบิดเชิงมุม

วิศวกรไม่ได้ดูแค่ระยะทรุดรวม แต่ดูความต่างของระยะทรุดระหว่างสองจุดเทียบกับระยะห่างของจุดนั้น เรียกว่า ค่าการบิดเชิงมุม (Angular distortion, β) เกณฑ์ที่ใช้กันแพร่หลายของ Bjerrum (1963) ระบุว่าผนังเริ่มแตกร้าวเมื่อ β ประมาณ 1/300 และโครงสร้างอาคารทั่วไปเริ่มเสียหายเมื่อ β ประมาณ 1/150

β = Δδ ÷ L

เสาสองต้นห่างกัน 4.0 ม. ทรุดต่างกัน 2.0 ซม. → β = 0.02 ÷ 4.0 = 1/200

เกินเกณฑ์ 1/300 ที่ผนังเริ่มร้าว แต่ยังไม่ถึง 1/150 ที่โครงสร้างเริ่มเสียหาย

Δδ = ระยะทรุดที่ต่างกันระหว่างสองจุด, L = ระยะห่างระหว่างสองจุด ตัวอย่างนี้ใช้อธิบายแนวคิดเท่านั้น วิศวกรต้องวัดระดับจริงหลายจุด

บ้านทรุดเกิดจากอะไรบ้าง?

สาเหตุเกิดขึ้นอย่างไรมักพบที่
เสาเข็มสั้นหรือไม่มีเสาเข็มปลายเข็มอยู่ในชั้นดินเหนียวอ่อน รับน้ำหนักได้น้อยและทรุดต่อเนื่องครัวหลังบ้าน โรงจอดรถ ห้องต่อเติม
ดินถมใหม่ยังทรุดตัวที่ดินที่เคยเป็นบ่อหรือนาแล้วถมในเวลาสั้น ดินถมและดินเดิมด้านล่างยังยุบตัวต่อหมู่บ้านจัดสรรใหม่ ลานจอดรถ พื้นวางบนดิน
ฐานรากตื้นบนดินอ่อนฐานรากแผ่ที่วางบนดินเหนียวอ่อนโดยไม่มีเข็ม ทรุดตามน้ำหนักที่กดรั้ว อาคารชั้นเดียว ส่วนต่อเติมเล็ก
น้ำหนักเพิ่มจากการใช้งานต่อเติมชั้นบน เทพื้นเพิ่มระดับ วางถังน้ำหรือของหนัก ทำให้ดินรับน้ำหนักเกินที่ออกแบบบ้านที่เทพื้นยกระดับหนีน้ำ
งานก่อสร้างข้างเคียงการขุดดินลึก การสูบน้ำใต้ดิน หรือการตอกเสาเข็มใกล้บ้าน ทำให้ดินเคลื่อนตัวบ้านติดไซต์ก่อสร้าง
น้ำกัดเซาะหรือระดับน้ำขึ้นลงดินใต้ฐานรากถูกกัดเซาะหรือเลื่อนไถลเมื่อระดับน้ำเปลี่ยนอาคารริมแม่น้ำ คลอง และบ่อ
สาเหตุของบ้านทรุดที่พบบ่อย และตำแหน่งที่มักเกิด

กรณีอาคารริมน้ำ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยให้ความเห็นในเหตุหอพักริมน้ำทรุดตัวเมื่อปี 2563 ว่าระดับน้ำที่ขึ้นลงทำให้ดินใต้อาคารเคลื่อนตัว และใช้การติดหมุดวัดระดับร่วมกับกล้องติดตามการเคลื่อนตัวเพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนให้ผู้พักอาศัยกลับเข้าไปเก็บของ

วิศวกรตรวจบ้านทรุดอย่างไร?

  1. สอบถามประวัติ — ปีที่สร้าง ช่วงที่ต่อเติม การถมดิน งานก่อสร้างข้างเคียง และช่วงที่เริ่มเห็นรอยร้าว
  2. ทำแผนผังรอยร้าว — ตำแหน่ง ทิศทาง ความกว้าง ความยาว เพื่อหาว่าจุดไหนทรุดมากที่สุด
  3. วัดระดับ (Level survey) — วัดระดับพื้น คาน และขอบหน้าต่างหลายจุด เพื่อหาค่าการบิดเชิงมุม
  4. ติดตามการเคลื่อนตัว (Monitoring) — ติดตั้งเกจวัดรอยร้าวหรือหมุดวัดระดับ แล้ววัดซ้ำเป็นสัปดาห์หรือเดือน เพื่อดูว่ายังทรุดอยู่หรือหยุดแล้ว
  5. ตรวจฐานรากและเสาเข็ม — ดูแบบเดิม ขุดตรวจฐานรากบางจุด และใช้ข้อมูลชั้นดินหรือเจาะสำรวจดินเมื่อจำเป็น
  6. วิเคราะห์และเสนอวิธีแก้ — เลือกวิธีให้ตรงกับสาเหตุ ความรุนแรง และงบประมาณ
วิศวกรตรวจสภาพผนังและรอยร้าวภายในอาคาร
การตรวจรอยร้าวและสภาพผนังเป็นขั้นแรกของการประเมินบ้านทรุด ตำแหน่งและทิศทางของรอยบอกได้ว่าจุดไหนทรุดมาก (ภาพ: ชอร์ สตรัคเจอร์)

วิธีแก้บ้านทรุด เลือกอย่างไร?

ไม่มีวิธีเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน วิศวกรเลือกจากคำถาม 3 ข้อ คืออาคารยังทรุดอยู่หรือไม่ ทรุดจนโครงสร้างเสียหายแล้วหรือยัง และส่วนไหนเป็นต้นเหตุ

วิธีเหมาะกับข้อดีข้อควรระวัง
ตัดแยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากบ้านส่วนต่อเติมทรุดแต่ยังไม่อันตราย และไม่อยากให้ดึงบ้านเดิมเสียหายค่าใช้จ่ายต่ำ บ้านเดิมไม่ถูกดึงส่วนต่อเติมยังทรุดต่อ ต้องทำรอยต่อหลังคา ผนัง และท่อให้ขยับได้
เสาเข็มเสริม (Underpinning) เช่น ไมโครไพล์ หรือเสาเข็มเหล็กกดด้วยแม่แรงต้องการหยุดการทรุดของฐานรากที่มีปัญหาแก้ที่ต้นเหตุ ทำในพื้นที่แคบได้ต้องออกแบบความยาวและจำนวนเข็มให้ถึงชั้นดินที่แข็งพอ และเชื่อมกับฐานรากเดิมอย่างถูกต้อง
ยกปรับระดับ (Jacking)บ้านที่หยุดทรุดแล้วหรือเสริมเข็มแล้ว แต่ระดับเอียงจนใช้งานไม่สะดวกคืนระดับพื้นและการใช้งานต้องยกทีละน้อยและวัดตลอดเวลา ยกเร็วเกินไปทำให้โครงสร้างร้าวเพิ่ม
อัดฉีดน้ำปูนหรือวัสดุใต้พื้น (Grouting)โพรงใต้พื้นที่วางบนดิน หรือดินใต้พื้นยุบเป็นจุดปิดโพรง ลดการยุบของพื้นไม่หยุดการทรุดของชั้นดินเหนียวอ่อนด้านล่าง และเพิ่มน้ำหนักให้ดินได้
รื้อและสร้างส่วนต่อเติมใหม่ส่วนต่อเติมเสียหายมาก หรือเสริมไม่คุ้มออกแบบใหม่ให้ถูกตั้งแต่ฐานรากต้องขออนุญาตและออกแบบเสาเข็มให้เหมาะกับดิน
ลดน้ำหนักและติดตามอาการทรุดน้อย ช้า และโครงสร้างยังไม่เสียหายไม่ต้องรื้อหรือเสริมต้องวัดซ้ำตามรอบ ถ้าอาการเพิ่มต้องเปลี่ยนวิธี
วิธีแก้บ้านทรุดที่วิศวกรใช้ การเลือกจริงต้องอิงผลตรวจและการคำนวณของแต่ละหลัง

⚠️ 3 อย่างที่ไม่ควรทำก่อนวิศวกรตรวจ

  • ซ่อมหรือโป๊วรอยร้าว — ถ้ายังทรุดอยู่ รอยจะกลับมา และปิดหลักฐานที่วิศวกรใช้ประเมิน ถ่ายรูปและวัดไว้ก่อนเสมอ
  • เทพื้นเพิ่มระดับ — คอนกรีตหนา 10 ซม. หนักราว 240 กก./ตร.ม. เพิ่มน้ำหนักให้ดินอ่อนและทำให้ทรุดต่อ
  • ต่อเติมฝากน้ำหนักลงคานเดิม — คานบ้านเดิมไม่ได้ออกแบบเผื่อ และยิ่งทำให้ส่วนต่อเติมดึงบ้านเดิม
วิศวกรตรวจรอยร้าวที่โคนผนังของอาคาร
รอยร้าวที่โคนผนังและรอยต่อกับพื้นเป็นจุดที่วิศวกรตรวจเสมอเมื่อสงสัยว่าฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากัน (ภาพ: ชอร์ สตรัคเจอร์)

ต่อเติมใหม่อย่างไรไม่ให้ทรุด?

  • แยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากบ้านเดิม ทั้งฐานราก เสา คาน และพื้น แล้วเว้นรอยต่อที่ขยับได้
  • ให้วิศวกรออกแบบเสาเข็มตามสภาพดิน ส่วนต่อเติมที่ต้องการทรุดใกล้เคียงบ้านเดิมต้องใช้เข็มที่รับน้ำหนักได้เพียงพอ ไม่ใช่เข็มสั้นตามความสะดวก
  • เลือกวัสดุน้ำหนักเบา สำหรับผนังและหลังคาส่วนต่อเติม เพื่อลดน้ำหนักที่กดลงดิน
  • ออกแบบรอยต่อหลังคาและท่อ ให้รองรับการขยับตัว ลดปัญหาหลังคารั่วและท่อแตก
  • ยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง งานต่อเติมส่วนใหญ่เข้าข่ายดัดแปลงอาคาร ดูรายละเอียดที่ สามัญวิศวกรเซ็นแบบต่อเติม

✅ ถ้าบ้านทรุดไปแล้ว

เริ่มจากถ่ายรูปรอยร้าวพร้อมไม้บรรทัด จดวันที่ แล้ววัดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์ ข้อมูลนี้ช่วยให้วิศวกรบอกได้เร็วว่าบ้านยังทรุดอยู่หรือไม่ และช่วยประหยัดค่าตรวจได้มาก ดูขอบเขตงานตรวจที่ ตรวจรอยร้าวและตรวจสอบโครงสร้างเชิงลึก

คำถามที่พบบ่อย

บ้านทรุดกี่เซนติเมตรถึงอันตราย?

ไม่มีตัวเลขเดียว เพราะความเสียหายขึ้นกับระยะทรุดที่ต่างกันระหว่างจุด ไม่ใช่ระยะทรุดรวม วิศวกรใช้ค่าการบิดเชิงมุม (ความต่างของระยะทรุดหารด้วยระยะห่าง) ตามเกณฑ์ของ Bjerrum ผนังเริ่มร้าวที่ประมาณ 1/300 และโครงสร้างทั่วไปเริ่มเสียหายที่ประมาณ 1/150

ส่วนต่อเติมทรุด ต้องรื้อทิ้งไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้ายังไม่เสียหายมาก อาจตัดแยกโครงสร้างออกจากบ้านเดิมแล้วติดตามอาการ หรือเสริมเสาเข็มเพื่อหยุดการทรุด การรื้อสร้างใหม่เหมาะเมื่อเสียหายมากหรือเสริมแล้วไม่คุ้ม

บ้านทรุดแล้วจะหยุดทรุดเองไหม?

การทรุดจากการยุบตัวของดินเหนียวอ่อนจะช้าลงตามเวลา แต่อาจต่อเนื่องเป็นหลายปี โดยเฉพาะถ้ามีน้ำหนักเพิ่มหรือดินถมยังใหม่ วิธีที่รู้ได้แน่คือวัดระดับและติดตามรอยร้าวซ้ำเป็นระยะ

ยกบ้านปรับระดับปลอดภัยไหม?

ปลอดภัยถ้าวิศวกรออกแบบลำดับการยก จุดรับแรง และวัดระดับตลอดการทำงาน และควรทำหลังจากหยุดการทรุดแล้ว เช่น หลังเสริมเสาเข็ม ถ้ายกโดยไม่แก้ต้นเหตุ บ้านจะกลับมาเอียงอีก

เสาเข็มเสริมต้องยาวเท่าไร?

ขึ้นกับชั้นดินในแต่ละพื้นที่และน้ำหนักที่ต้องรับ วิศวกรกำหนดความยาวให้ปลายเข็มอยู่ในชั้นดินที่แข็งพอ จากผลเจาะสำรวจดินหรือข้อมูลชั้นดินใกล้เคียง เข็มที่สั้นเกินไปจะทรุดต่อเหมือนเดิม

ตรวจบ้านทรุดใช้เวลานานไหม?

การสำรวจหน้างานมักใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าต้องรู้ว่าบ้านยังทรุดอยู่หรือไม่ ต้องติดตามผลการวัดซ้ำเป็นสัปดาห์หรือเดือน วิศวกรจะแจ้งแผนการวัดและระยะเวลาก่อนเริ่มงาน

แหล่งอ้างอิง

  • ลักษณะชั้นดินกรุงเทพฯ (อ้างอิง วสท. 2548 และงานวิจัยของ Nutalaya & Rau 1981) จากวิทยานิพนธ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: cuir.car.chula.ac.th
  • Bjerrum, L. (1963). Allowable settlement of structures. Proceedings of the European Conference on Soil Mechanics and Foundation Engineering, Wiesbaden
  • Thai PBS (21 ส.ค. 2563) ความเห็นนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กรณีหอพักริมน้ำทรุดตัว: thaipbs.or.th

อ่านต่อ: รอยร้าวแบบไหนอันตราย? · เสริมกำลังโครงสร้างอาคาร · หาวิศวกรเซ็นแบบ ต้องเช็คอะไรบ้าง?

บ้านหรือส่วนต่อเติมทรุด ส่งรูปให้วิศวกรดู

โทร 085-289-3434 หรือ แอด LINE ส่งรูปรอยร้าว ตำแหน่ง และประวัติการต่อเติม เพื่อให้วิศวกรประเมินเบื้องต้นและเสนอขอบเขตการตรวจ หรือดูบริการที่ ตรวจรอยร้าวและตรวจสอบโครงสร้างเชิงลึก

Picture of ทีมวิศวกร ชอร์ สตรัคเจอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง

ทีมวิศวกร ชอร์ สตรัคเจอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง

ทีมวิศวกรโครงสร้างนำโดยสามัญวิศวกรโยธาและผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างเชิงลึก ตรวจสอบอาคาร รับรองโครงสร้างหลังคาสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ ออกแบบและเสริมกำลังโครงสร้าง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประสบการณ์มากกว่า 100 โครงการ

ปรึกษาวิศวกรโครงสร้างกับ ชอร์ สตรัคเจอร์

ตรวจสอบโครงสร้าง · รับรองหลังคาโซลาร์เซลล์ · เซ็นแบบต่อเติม โดยสามัญวิศวกรโยธา ส่งรูปหน้างานหรือแบบมาทาง LINE เพื่อประเมินเบื้องต้นได้